เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ
ตอน...ฝึกให้ลูกรู้จักความเป็นอิสระ
เมื่อลูกต้องเผชิญสถานการณ์ใดเป็นครั้งแรก ในหลายๆ ครั้งก็มักเป็นการเผชิญครั้งแรกของแม่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นลูกคนแรก ความเป็นไปได้ก็ยิ่งสูงขึ้นตาม เวลาลูกต้องลงมือทำสิ่งใหม่ๆแม่จึงมักวิตกกังวล เป็นห่วง หรือเตรียมการให้เลยโดยลูกไม่ได้มีส่วนร่วมหรืออาจไม่ได้เห็นขั้นตอนเตรียมการนั้น คุณเองก็เป็นอย่างนี้หรือเปล่า การที่คุณแม่หวังดี “ตระเตรียม” ทุกอย่างให้นั้น เป็นการปิดกั้นพัฒนาการของเด็ก
มาดูตัวอย่างของโจกันดีกว่า
โจเป็นนักเรียนชั้น ป.5 เขาต้องไปเข้าค่ายพักแรมกับโรงเรียน 2 วัน 1 คืน โจเพิ่งเคยเข้าค่ายเป็นครั้งแรกจึงตื่นเต้นมาก ก่อนเดินทาง โจเตรียมสัมภาระอย่างขะมักเขม้น ขณะที่กำลังเตรียมของ แม่ก็เข้ามาช่วยจัด เมื่อแม่เห็นสัมภาระที่โจจัดก็รู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไปสักอย่าง มาดูบทสนทนาระหว่างแม่กับโจกัน
แม่: จัดของไปให้พร้อม อย่าลืมอะไรนะ
ลูกจัดเองได้ไหม
โจ: แม่ครับ มีกระดาษหนังสือพิมพ์ไหม
แม่: กระดาษหนังสือพิมพ์หรือจ๊ะ ไม่ใช่เอาเสื่อเหรอ
โจ: เห็นครูบอกว่าคราวนี้ไม่ต้องเอาเสื่อไป
แม่: แล้วถ้าฝนตกจะทำยังไงล่ะ เอาเสื่อไปไม่ดีกว่าเหรอ
โจ: ไม่หรอก
เพื่อนคนอื่นเขาก็จะเอากระดาษหนังสือพิมพ์ไปทั้งนั้น
แม่: ถ้างั้นลูกเอาเสื่อไปเผื่อด้วยดีไหม แล้วเตรียมผ้าขนหนูกับทิชชูหรือยัง
โจ: ยังเลย กำลังจะไปหยิบ
เดี๋ยวผมจัดเองได้ครับ
แม่: ไหน ให้แม่ดูของหน่อย เอาไปแค่นี้เองเหรอ ครูบอกให้เตรียมอะไรนอกจากนี้อีกไหม
โจ: แค่นี้แหละแม่ ผมจัดคนเดียวได้
แม่: ก็ตามใจ ถ้าเกิดลืมเอาอะไรไปแม่ไม่รู้ด้วยนะ
ตัวอย่างบทสนทนานี้มีอะไรผิดปกติไหม
ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไรใช่ไหม ลองดูสิ่งที่แฝงอยู่ในบทสนทนานี้กัน
แม่อยากให้ลูกเข้าค่ายพักแรมอย่างสนุกสนาน มีความสุขเต็มที่โดยไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง “ความรักของแม่” นี้ทำให้จิตใจแม่มัวพะวงกับการจัดสัมภาระ จึงเข้าไปวุ่นวายและออกความเห็น แทนที่จะให้ลูกแสดงความคิดเห็นของตน แม่กลับถามลูกซ้ำไปมา แม้การที่แม่เข้าไปช่วยจัดสัมภาระให้ทั้งหมดจะทำให้ไม่เกิดปัญหาระหว่างเข้าค่ายพักแรม
แต่การที่แม่ยังคงมีความคิดว่า “ลูกยังจัดการอะไรด้วยตัวเองไม่ได้” แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ ลูกก็จะคิดว่า “ปล่อยให้แม่จัดการปลอดภัยกว่า” เมื่อเป็นเช่นนี้แม่จึงต้องเป็นผู้ช่วยทุกครั้งไป การเข้าไปช่วยเหลือเช่นนี้ทำให้เด็กเสียโอกาสที่จะใช้ความคิดและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพึ่งพาตนเองให้ได้ในอนาคต
คุณพ่อคุณแม่ต้องหัดให้ลูกทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แม้จะยังไม่ค่อยวางใจ ก็ต้องบังคับตนเองให้ปล่อยเด็กได้หัดคิดและทำเรื่องต่างๆ ด้วยตัวของเขา เมื่อจะซักถาม ในคำถามนั้นต้องไม่แฝงความคิดเห็นหรือคำแนะนำ คุณพ่อคุณแม่เพียงแต่ถามในเรื่องสำคัญหรือถามนำเท่านั้น จากนั้นให้ลูกแสดงความคิดเห็นออกมา การทำแบบนี้จะนำไปสู่ความรู้สึกไว้วางใจลูก และเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาตนเองขึ้นได้ แต่ระหว่างที่ปล่อยให้ลูกมีอิสระในการจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง แม่ก็ต้องไม่ลืมแสดงออกว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลาที่ลูกต้องการ การที่แม่ “เชื่อใจและปล่อยให้ลูกทำเอง” ไม่ได้หมายความถึงการละสายตาและไม่เอาใจใส่ แต่เป็นการรักษาระยะห่างไว้พอสมควรและหมั่นคอยดูแลเป็นระยะ ๆ การปล่อยให้ลูกทำเรื่องต่าง ๆ นั้นจะช่วยพัฒนาในด้านการตัดสินใจ การใช้ความคิด และเพิ่มพูนความมั่นใจในตัวเอง แม่ควรเป็นผู้เฝ้ามองพัฒนาการนี้ของลูก และปล่อยให้ลูกคิดทำอะไรด้วยตัวเขาเอง
ก่อนจะจากอยากฝากคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองทุกท่านว่า
เวลาลูกหลานทำสิ่งต่างๆ แม้อาจทำได้ไม่ถูกใจพ่อแม่หรือไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าที่พ่อแม่จะจัดการให้ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณควรทำเพียงเฝ้ามองและถามคำถามง่ายๆ ว่า “ทำอย่างไรดีนะ” เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสไตร่ตรองและแสดงความคิดเห็น ลูกจะกลายเป็นคนทำอะไรเองไม่เป็นเลย หรือเป็นเด็กที่สามารถตัดสินใจและทำสิ่งต่างๆได้เองนั้น ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นผู้กำหนด
#เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ
#การสื่อสารเชิงบวก




