วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ปลอดภัยนะหนู รู้ภัยรอบตัว ตอน ใช้บันไดเลื่อนและลิฟต์อย่างไรให้ปลอดภัย

ปลอดภัยนะหนู รู้ภัยรอบตัว
ตอน ใช้บันไดเลื่อนและลิฟต์อย่างไรให้ปลอดภัย

                Talk of the Town ในช่วงก่อนที่ทำให้พ่อแม่ขวัญผวา จนไม่กล้าพาลูกหลานออกจากบ้านไปเที่ยวห้าง ก็คือ ข่าวอุบัติเหตุบันไดเลื่อนและลิฟต์  แต่ถ้าจะให้ไปห้างสรรพสินค้า โดยเดินขึ้นบันไดก็คงไม่สะดวก เพราะไหนจะต้องหิ้วของพะรุงพะรัง ยังมีเจ้าตัวเล็กที่ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบตัวจนอยากจะวิ่งเล่นไปซะทุกที
สำหรับเรื่องนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลไป แม้เราจะห้ามการเกิดอุบัติเหตุไมได้ แต่เราสามารถป้องกันตัวเองได้  มาดูวิธีเตรียมความพร้อมสำหรับลูกรักในการใช้บันไดและลิฟต์กันเถอะ

คุณพ่อคุณแม่พาลูกฝึก


ปลอดภัยนะหนู รู้ภัยรอบตัว


อ่านคู่มือการป้องกันตัวเองสำหรับเจ้าตัวน้อยได้ใน


วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558


เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ ตอน...พ่อแม่ต้องปล่อยมือ ลูกจึงจะรู้จักคิด รู้จักทำด้วยตัวเอง (2)

เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ
ตอน...พ่อแม่ต้องปล่อยมือ ลูกจึงจะรู้จักคิด รู้จักทำด้วยตัวเอง (2)

“ไม่ควบคุม” เป็นการสอนอย่างมีศิลปะ
(ต่อจากตอนที่แล้ว)

เรามักพบสภาพเช่นนี้คือผู้ปกครองที่ควบคุมลูกอย่างเข้มงวดส่วนใหญ่เป็นคนที่ทุ่มเทให้กับการทำงานการใช้ชีวิตและมักจะควบคุมตัวเองได้ดี
ในการสอนลูกก็เช่นกันคนเหล่านี้ร้อนใจอยากสอนลูกให้ดีและด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองมากจึงนำวิธีควบคุมตัวเองมาใช้กับลูกบ้างซึ่งส่วนใหญ่มักผิดหวัง
ถ้าเปรียบพ่อแม่เป็นช่างแกะสลักผลงานที่ออกมาเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างช่างแกะสลักกับวัสดุที่นำมาแกะสลักหากพ่อแม่ผู้เป็นช่างแกะสลัก ไม่เข้าใจถึงการทำงานร่วมกันของ2ฝ่ายไม่ใส่ใจความรู้สึกของลูกคิดว่าเด็กเป็นก้อนหินอยากจะแกะเป็นอะไรก็ได้หากเป็นเช่นนี้แม้มีหยกอยู่ในมือหยกก็ยังเป็นหินหรือไม่ก็ต่ำต้อยด้อยราคาเมื่อไม่ได้คิดว่าเป็นการทำงานร่วมกันของ2ฝ่ายจึงไม่รู้จักเคารพความเห็นของลูกโดยแสดงออกอย่างชัดเจนด้วยการควบคุมลูกเกินไปสอนหรือก้าวก่ายมากเกินไปส่งผลต่อการเติบโตตามปกติของเด็ก
ผู้ปกครองคนนี้ทุ่มเทมากแต่การกระทำของเธอไม่ใช่การสอนหากเป็นการออกคำสั่งและจ้องจับผิด” การออกคำสั่งและจ้องจับผิดเป็นการสอนหรือไม่ไม่ใช่แต่เป็นการควบคุม
พ่อแม่สมัยนี้มีลูกเพียง1-2คนจึงมีเวลาและมีพละกำลังในการดูแลลูกมากพอและคนส่วนใหญ่มองเห็นแล้วว่าเด็กจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการอบรมในครอบครัวดังนั้นพ่อแม่จึงมีความตั้งใจที่จะสอนลูกให้ดีตั้งแต่ต้น
แต่การสอนลูกเป็นศิลปะไม่ใช่การใช้แรงงานจึงต้องใส่ใจศิลปะในการสอนจึงจะสอนลูกได้ดีถ้าไม่เช่นนั้นจะทำให้ลูกแย่ลงเรื่อยๆ
คุณแม่ท่านนี้วางตัวเป็นผู้มีอำนาจมาตลอดเมื่อเป็นผู้มีอำนาจจึงออกคำสั่งและจ้องจับผิดคนอื่นได้แต่สัญชาตญาณของคนเราไม่มีใครชอบให้ใครมาวางอำนาจบาตรใหญ่กับตัวเอง การจำนนต่ออำนาจมักจะตามมาด้วยความรู้สึกกดดันไม่พอใจและคิดต่อต้าน แน่นอนว่าเด็กยังไม่เข้าใจปัญหานี้อย่างชัดเจนเขาเพียงแต่รู้สึกไม่สบายใจไม่มีอิสระไม่สามารถทำให้ผู้ใหญ่พอใจจึงรู้สึกหงุดหงิดเขาเริ่มดื้อดึงไม่เชื่อฟังมากขึ้นควบคุมตัวเองไม่ได้ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเองรู้สึกทำอะไรไม่ถูกและอึดอัด
ดังนั้นผู้ปกครองต้องระมัดระวังเรื่องการล้ำเส้นอย่าวางอำนาจกับเด็กเกินไป(แม้ว่าจะทำด้วยความรักและอ่อนโยน)
จึงสรุปได้ว่าไม่ควบคุมก็คือการควบคุมที่ดีที่สุด


#เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ

#พัฒนาพฤติกรรมและทักษะชีวิต

เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ ตอน...พ่อแม่ต้องปล่อยมือ ลูกจึงจะรู้จักคิด รู้จักทำด้วยตัวเอง (1)

เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ
ตอน...พ่อแม่ต้องปล่อยมือ ลูกจึงจะรู้จักคิด รู้จักทำด้วยตัวเอง (1)

เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาของคุณแม่ชาวจีนท่านหนึ่ง ซึ่งเธอทุ่มเททุกอย่างให้กับลูก และลูกชายของเธอก็มีไอคิวสูงกว่าเด็กอีกหลายคน  เรื่องราวน่าจะไปด้วยดี แต่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ท่านนี้และลูกชาย

คุณแม่ท่านนี้มีลูกชายตอนที่อายุเข้าวัยกลางคนเธอรักลูกมาก ขณะที่ลูกยังแบเบาะเธอก็อ่านบทกวีให้ลูกฟังเธออ่านหนังสือเกี่ยวกับการอบรมเด็กหลายเล่มรู้ว่าการกระตุ้นเด็กตั้งแต่เล็กเป็นเรื่องสำคัญพอลูกหัดพูดเธอก็พูดกับลูกทั้งภาษาจีนและอังกฤษลูกชายเธอฉลาดคล่องแคล่ว ตอนเรียนอนุบาลมีสถาบันจิตวิทยาแห่งหนึ่งมาทดสอบไอคิวโดยไม่เปิดเผยผล
ตอนหลังผู้อำนวยการโรงเรียนกระซิบบอกเธอว่าลูกชายเธอไอคิวสูงที่สุดในโรงเรียนเธอเชื่อว่าเธอเป็นผู้ปกครองที่ดีที่สุดเชื่อว่าเธอได้พยายามสอนลูกอย่างเต็มที่แล้วการสอนของเธอจะทำให้ลูกเก่งถึงขั้นอัจฉริยะ
เธอทุ่มเทให้กับการสอนลูกสอนอย่างจริงจังทุกเรื่องตั้งแต่การออกเสียงให้ชัดเจนเวลาพูดจนถึงเรื่องการจับตะเกียบถ้ามีอะไรที่ลูกยังทำได้ไม่ดีเธอจะรีบบอกและอธิบายว่าควรทำอย่างไร
ถ้าลูกทำผิดซ้ำ3ครั้งเธอจะลงโทษด้วยการดุถ้าทำผิดซ้ำมากกว่า 3ครั้งจะตีหลังมือครั้งละทีเด็กจึงถูกตีหลังมือเป็นประจำทุกวันเพราะทำชามข้าวหกดื่มนมไม่หมดก็ไปเล่นเห็นเพื่อนแม่ก็ไม่กล่าวคำทักทายคำศัพท์ที่เรียนเมื่อวานจำได้ไม่ถึงครึ่งฯลฯเธอบอกว่าแค่ตีหลังมือเบาๆไม่เจ็บหรอกเพียงแต่อยากให้ลูกจำเธอเชื่อว่าถ้าทำอย่างนี้เด็กจะสมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อยๆ
เธอใส่ใจลูกตลอดเวลาและคอยเตือนลูกเสมอเช่นได้เวลาทำการบ้านแล้วนะเช็ดมือไม่แห้งไปเช็ดใหม่อย่าใส่รองเท้าคู่นั้นไม่เข้ากับเสื้อผ้า
คนเป็นแม่ทุ่มเทถึงขนาดนี้แต่ไม่รู้ทำไมคนเป็นลูกจึงแย่ลงเรื่อยๆตอนเรียนประถม1เขาสอบได้ที่3จากอันดับต้นพอเรียนประถม6กลับสอบได้ที่3จากอันดับท้ายตอนนี้เขาเรียนมัธยมแล้วความสามารถด้านต่างๆก็ไม่ดีแม้แต่ภาษาอังกฤษที่เรียนตั้งแต่เล็กก็ยังทำคะแนนได้ไม่ดีไม่เหลือร่องรอยของเด็กไอคิวสูงเลยและยังมีนิสัยเก็บกดดื้อดึงเฉื่อยชาแม่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองทุ่มเทสอนมากแต่ลูกกลับเป็นอย่างนี้เธอจึงรู้สึกว่าชะตากรรมเล่นตลกกับเธอ
เธอได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญว่าปัญหาอยู่ที่ไหนเด็กคนนี้เป็นยังไงกันแน่
คำตอบที่ได้คือปัญหาอยู่ที่แม่” มีวิธีแก้ง่ายๆแต่เธอจะทำได้หรือเธอคงไม่ยอมทำแน่เพราะเธอเป็นคนไม่ยอมแพ้ ปัญหาอยู่ที่ว่าเธอควบคุมลูกอย่างเข้มงวดวิธีแก้ก็ต้องทำตรงกันข้ามคือไม่ควบคุม
ไม่ควบคุมหรือ เธอสงสัย

(ติดตามต่อตอนที่ 2) ... “ไม่ควบคุม” เป็นการสอนอย่างมีศิลปะ


#เทคนิคการเลี้ยงลูกในช่วงวัยต่างๆ

#พัฒนาพฤติกรรมและทักษะชีวิต

อัจฉริยะปั้นได้ ตอน เจ้าหนูเก่งเลข

อัจฉริยะปั้นได้
ตอน เจ้าหนูเก่งเลข

เมื่อโตขึ้นมา เด็กหลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “คณิตศาสตร์” อาจร้องยี้หรือพาลโยเยไม่ยอมไปโรงเรียน  ปัญหาเหล่านี้อาจมีต้นเหตุมาจากความรู้สึกกลัวคณิตศาสตร์  รู้ไหมว่า พ่อแม่สามารถช่วยลดปัญหานี้ของเด็ก ๆ ได้ โดยเริ่มสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กๆตั้งแต่เขายังเล็ก
จริง ๆ แล้วคณิตศาสตร์ไม่ได้มีแค่เพียงตัวเลข ตามที่เราเข้าใจ แต่มีอีกหลากหลายเรื่องราว เช่น เรขาคณิตหรือรูปร่างต่าง ๆ การเปรียบเทียบความสูง ความยาว หรือสิ่งต่าง ๆ รวมถึงการจัดลำดับสิ่งของ
ที่สำคัญเราสามารถหยิบเอาของใกล้ๆตัวมาช่วยฝึกได้  กิจกรรมวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องการเปรียบเทียบ โดยพ่อแม่อาจนำตุ๊กตา 2 ตัวมาวาง แล้วให้เด็กๆเปรียบเทียบขนาด  เทน้ำใส่แก้วที่ลักษณะเดียวกัน แต่ระดับน้ำต่างกัน หรือนำเชือกความยาวต่าง ๆ ให้เด็กเรียงลำดับ
                หรือดาวน์โหลดกิจกรรมด้านล่างนี้ไปเล่นกับเจ้าตัวเล็ก


สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 3 - 4 ปี
                (แปะเนื้อใน เล่ม สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 3 - 4 ปี หน้า 10)
(แปะเฉลย เล่ม สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 3 - 4 ปี หน้า 88 แปะเฉพาะเฉลยหน้า 10)

สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 4 – 5 ปี
                (แปะเนื้อใน เล่ม สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 4 - 5 ปี หน้า 24)
(แปะเฉลย เล่ม สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 4 - 5 ปี หน้า 88 แปะเฉพาะเฉลยหน้า 24)

สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 5 - 6 ปี
                (แปะเนื้อใน เล่ม สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 5 - 6 ปี หน้า 50)
(แปะเฉลย เล่ม สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 5 - 6 ปี หน้า 92 แปะเฉพาะเฉลยหน้า 68)


พบกับกิจกรรมพัฒนาสมองซีกซ้ายและซีกขวาได้เพิ่มเติมได้ใน
(แปะปก
-          ชุด อัจฉริยะปั้นได้ สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 3 - 4 ปี
-          ชุด อัจฉริยะปั้นได้ สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 4 - 5 ปี
-          ชุด อัจฉริยะปั้นได้ สมองซีกซ้ายพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 5 - 6 ปี
-          ชุด อัจฉริยะปั้นได้ สมองซีกขวาพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 3 - 4 ปี
-          ชุด อัจฉริยะปั้นได้ สมองซีกขวาพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 4 - 5 ปี
-          ชุด อัจฉริยะปั้นได้ สมองซีกขวาพัฒนาได้ไร้ขีดจำกัด สำหรับ 5 - 6 ปี